รูปทรงของเพชร มีความหมายอะไรซ่อนอยู่
- May 9, 2016
- 1 min read
รูปทรงของเพชรเกิดจากการถูกเจียระไน เพื่อให้เพชรกลายเป็นอัญมณีที่มีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น เพราะความสวยงามของรูปทรงเพชรจะทำให้เพชรนั้นดูมีมูลค่ามากขึ้น ดังนั้นรูปทรงของเพชรจึงมีความสำคัญเป็นอย่างมากในการเลือกซื้อเลือกชม นอกจากนี้รูปทรงของเพชรยังสามารถบ่งบอกได้ถึงรสนิยมของผู้เลือกซื้อเลือกชมได้อีกด้วย ซึ่งรูปทรงของเพชรมีดังนี้

รูปเพชรกลมหรือเหลี่ยมเกสร (Round Shape : Brilliant Cut)
เป็นเพชรที่มีรูปทรงแบบมาตรฐานซื้อง่าย ขายคล่อง และเป็นเพชรที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในทุกยุคทุกสมัย อีกทั้งยังสะท้อนถึงความต่อเนื่องอันเป็นนิรันดร์ จึงถูกนำมาใช้เป็นสัญลักษณ์ของแหวนหมั้นและแหวนแต่งงาน นอกจากนี้ยังใช้ได้หลายโอกาสและจัดเข้าชุดกับเครื่องประดับกายต่าง ๆ ได้ง่ายกว่ารูปทรงอื่น ๆ
รูปทรงเพชรแบบหยดน้ำ (Pear Shape)
เป็นเพชรที่ได้มาจากรูปทรงของธรรมชาติ และถือว่าเป็นเพชรอีกทรงที่ได้รับนิยมเป็นอันดับต้น ๆ เพราะถูกจัดว่าเป็นเพชรที่มีรูปทรงที่เรียบ ๆแต่สามารถจัดเข้ากับตัวเรือนได้อย่างง่าย ๆ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องประดับชนิดไหน ประเภทไหนก็ตาม อีกทั้งยังเป็นรูปทรงที่มีการเจียระไนที่ซับซ้อนที่สุดรูปทรงหนึ่ง ซึ่งเหมาะกับสุภาพสตรี สะท้อนถึงความมีอิสระ
รูปทรงเพชรสีเหลี่ยม (Princess Cut)
เรียกได้ว่าเป็นเพชรที่มีรูปทรงที่ส่องประกายได้ดีเกือบเท่าเพชรทรงกลม เพราะถือว่าเป็นรูปทรงที่มีเหลี่ยมเพชรที่มองดูแล้วคมและด้วยความเรียบของเส้นขอบที่สามารถเชื่อมต่อกับตัวเรือนได้สนิท จึงทำให้เพชรทรงสี่เหลี่ยม มักถูกเลือกใช้เป็นแหวนหมั้นให้ฝ่ายชาย เพราะสะท้อนความมีรูปแบบกฎเกณฑ์
รูปทรงเพชรแบบสี่เหลี่ยมจัตุรัส (Asscher)
เพชรรูปทรงนี้ได้รับการออกแบบในปี ค.ศ. 1961 โดย Arpad Nagy และถือว่าเป็นเพชรที่มีราคาในการเจียระไนแพงเป็นอันดับ 3 ของเพชรในกลุ่มเพชรแฟนซี เพราะถือว่าเป็นการเจียรนัยรูปแบบใหม่ ที่ให้หน้าเพชรสะท้อนแสงซึ่งสามารถช่วยลดสภาวะเจือสี และตำหนิของเพชรได้
รูปทรงเพชรแบบสี่เหลี่ยมมรกต (Emerald Shape)
จุดเด่นของเพชรรูปทรงนี้คือ เป็นเพชรที่เกิดขึ้นพร้อมกับศิลปะ art deco โดยได้รับแรงบันดาลใจ จากการเจียระไนมรกต ถึงแม้ว่าเพชรรูปทรงนี้จะไม่ส่องประกายระยิบระยับ แต่จะให้ประกายส่องสว่างใสได้มากกว่าการเจียระไนแบบอื่น
รูปทรงเพชรรูปหัวใจ (Hearl Shape)
ถือว่าเป็นเพชรที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มเพชรรูปแบบแฟนตาซีและเป็นรูปทรงที่มีค่าเจียระไนสูงกว่าเพชรในกลุ่มแฟนซีมาตรฐานทั่วไป เนื่องจากต้องใช้เวลาและความอดทนในการการเจียระไนเพื่อให้ได้ความสมมาตรของเพชรที่ดี เพราะถ้าหากผิดพลาดเพียงเล็กน้อยจะทำให้เห็นความผิดพลาดได้ชัดเจนจึงทำให้เพชรรูปหัวใจนั้นหาซื้อได้ยากกว่ารูปทรงกลม
รูปทรงเพชรเม็ดข้าวสาร (Marquise Shape)
เรียกได้ว่าเป็นรูปทรงที่ต้องใช้ความระมัดระวังในการเจียระไนเป็นพิเศษ จึงทำให้เพชรรูปทรงนี้ มีราคาสูงเป็นอันดับต้นๆ รองจากรูปทรงหัวใจ เพราะถือว่าเป็นเพชรที่มีรูปทรงที่มีความเก๋ไก๋และ แปลกกว่ารูปทรงอื่น ซึ่งเป็นรูปแบบที่เหมาะกับสุภาพสตรี เนื่องจากสะท้อนได้ถึงความคิดสร้างสรรค์
รูปทรงเพชรรูปไข่ (Oval Cut)
ในอดีตนิยมใช้กับพลอยเป็นส่วนใหญ่ ต่อมาจนกระทั่งในศตวรรษที่ 20 เทคนิคการเจียระไนได้รับการพัฒนาให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นรูปทรงที่สะท้อนถึงความสง่า ความสุภาพเรียบหรู
จะเห็นว่าเพชรแต่ละรูปทรงมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความหลากหลายของเพชรนอกจากนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงความงดงามและมูลค่าของเพชรที่แตกต่างกันไปในแต่ละรูปทรง และเมื่อนำมาสู่การวางจัดจำหน่าย เพชรแต่ละรูปทรงก็จะแสดงถึงรสนิยมและความชอบ เพราะผู้เลือกซื้อเพชรส่วนใหญ่ ก็คงจะอยากทำการเลือกเพชรที่ตนเองปรารถนามากที่สุด จริงไหมครับ?



Comments